หมอตู้

ดร. สุจิตต์ ตู้สิริ, D.C.
|
ดิฉันได้มาอยู่สหรัฐอเมริกามากกว่าครึ่งหนึ่งของช่วงชีวิต
หลังจากที่ ได้เรียนจบแผนกวิทย์ที่โรงเรียนสายน้ำผึ้งครอบครัวของดิฉันได้ย้ายมาอยู่ที่
สหรัฐอเมริกา ดิฉันได้มีโอกาสสัมผัสกับวงการแพทย์ของที่นี่ตลอดมา เนื่องจากดิฉันต้องทำงานช่วยเหลือตัวเองมาตลอด
ในขณะที่กำลังเรียน เตรียมแพทย์อยู่นั้น ดิฉันได้เริ่มต้นจากการทำงานเป็นคนเจาะเลือดใน
ห้องแล็ปของโรงพยาบาล หน้าที่ของดิฉันคือไปเจาะเลือดจากคนไข้จาก
ทุกแผนก
ดิฉันมีโอกาสเข้าถึงการทำงานเกือบทุกหน่วยงานในโรงพยาบาล
ดิฉันได้เห็น การรักษาในรูปแบบตะวันตกซึ่งจะเน้นในการใช้ยาและ
การผ่าตัด รวมทั้งมี โอกาสทำงานเป็นผู้ช่วยหมอผ่าชันสูตรศพคนไข้ที่ตาย
โดยไม่ทราบสาเหตุ ดิฉันได้เห็นและสัมผัสกับชีวิตมนุษย์เกือบทุกสภาพและ
ทุกรูปแบบ เริ่มตั้งแต่เจ็บเล็กน้อยไปถึงป่วยเรื้อรังและ
ถึงความตาย
|
| |
|
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับยารักษาโรคนั้น
ดิฉันได้เลือกเรียนสาขาเภสัชกรรมเพื่อเป็น การเตรียมเข้าเรียนคณะแพทย์ศาสตร์
และได้ฝึกงานเป็น เภสัชกรทั้งในโรงพยาบาลและตามร้านขายยา ดิฉันจึงได้เห็นถึงโทษของการใช้ยามากกว่าคุณประโยชน์
แม้กระทั่งอาจารย์ที่สอนในคณะเภสัชกรรม ยังพูดบ่อยๆถึงผลข้างเคียงต่างๆมากมายในตัวยาเกือบทุกชนิด
มีวันหนึ่งในขณะที่ดิฉันได้ไปแจกยาที่แผนกโรคจิตของโรงพยาบาล
มีคนไข้คนหนึ่งวิ่งมาบอกว่า... ยานอนหลับ ที่ เขาได้ไปนั้นมันแรงน้อยไป
เขาอยากกินเพิ่มจำนวนมากขึ้นเพื่อให้นอนหลับได้ ดิฉันจึงเห็นว่าการใช้ยาโดยเฉพาะในการรักษา
ปัญหาทางจิตใจนั้นเป็นการรักษาที่ไม่ได้ ผลเพราะไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ดิฉันรู้สึกสงสารคนไข้เหล่านั้นมากเพราะว่าพวกเขา ต้องพึ่งยาตลอดทั้งชีวิตเพื่อพยายามอยู่อย่างปกติเหมือน
คนอื่น ทั้งยังต้องกินยาเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ผลเดิม
แล้วอย่างนี้มันจะแตกต่างอะไรไปกับการกิน
ยาเสพติดล่ะ มันต่างก็เป็นยาที่ทำจากสารเคมีเหมือนกันหมด ยาแบบ เดียวกันนี้...
ถ้าได้จากมือหมอเราก็ถือกันว่าเป็นยาดีวิเศษใช้รักษา โรคได้แถมยังสนับสนุนให้ลูกหลานกิน
...แต่ถ้าได้จากข้างถนน ก็ถือว่าเป็นยาเสพติดซึ่งให้โทษร้ายแรงต่อร่างกาย
และห้ามรามไม่ให้ลูกหลานเข้าใกล้
ระบบการแพทย์ในสหรัฐอเมริกามีอยู่
2ระบบคือ.....
1.การแพทย์แบบตะวันตก
(Conventional Western Medicine)
 
การแพทย์แบบตะวันตกเป็นการรักษาแบบใช้ยาและผ่าตัด การรักษาแบบนี้จะดีสำหรับรักษากรณีอุบัติเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องผ่าตัด
การรักษาการแพทย์แบบตะวันตกเป็นการรักษาเหมือน...
การนั่งม้าหมุนในสวนสนุก...
(Merry-Go-Round)
 คือ เริ่มต้นด้วยยา หนึ่งชนิด แต่จบด้วยการใช้ยามากมายหลายชนิดเพื่อแก้ผลข้างเคียงของกันและกัน
จึงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เพิ่มมากกว่าเก่า การรักษาการแพทย์แบบตะวันตกซึ่งมักเป็นการรักษาเฉพาะเจาะจงในส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเช่น
หมอผิวหนัง หมอตา หมอหัวใจ หมอกระดูก ฯลฯ ไม่ได้รักษาร่างกายทั้งหมด
โรคหรืออาการผิดปกติมักจะแสดงออกมา ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของ ร่างกายเท่านั้น
แต่ปัญหาสุขภาพส่วนมากมักเป็นผลเกี่ยวเนื่องจากการทำงานที่ผิดปกติของทั้งระบบในร่างกาย
2.การแพทย์ทางเลือก(Alternative
Medicine)
การรักษาแบบแพทย์ทางเลือกเป็นการรักษาที่ต้นเหตุมากกว่าแก้ที่อาการจึงทำให้
สามารถรักษาหายได้นานถาวรกว่า ...จึงเป็น การรักษาคนทั้งตัว
ไม่ใช่เป็นการรักษาแต่เฉพาะโรคเท่านั้น ทั้งยังเน้นในการป้องกันโรค
และการส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี จึงทำให้สามารถ เลี่ยงปัญหาสุขภาพต่างๆ
ในอนาคตได้ ดังนั้นไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่าการแพทย์แบบแพทย์ทางเลือกสามารถ
แก้ไขปัญหาสุขภาพที่ได้ผลดีกว่าในเกือบทุกปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพ
เรื้อรังต่างๆ เช่น โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจ
โรคมะเร็ง รวมทั้งโรคหืดหอบ ปัญหาระบบการย่อยไม่ปกติ ปวดศีรษะ ปัญหาไซนัส
ฯลฯ
การรักษาแบบแพทย์ทางเลือกเป็นการรักษาที่ช่วยให้ร่างกายสามารถรักษาซ่อมแซม
และแก้ไขตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาแรงๆ ดังนั้นการรักษาที่แท้จริงจึงควรเป็นการรักษาทั่วทั้งร่างกาย
ไม่เพียงแต่รักษาแค่อาการหนึ่งอาการใดให้หมดไปเท่านั้น
ดิฉันพูดได้เต็มปากว่า ดิฉันไม่เอ็นจอยเลยในช่วงที่ทำงานในโรงพยาบาลทั้งในห้องแล็ปหรือในห้องยา
ดิฉันมักถามตัวเอง เสมอว่า...อะไรล่ะ คือหนทางสู่การมีสุขภาพดีที่แท้จริง?
จนกระทั่งวันหนึ่งดิฉันถูกรถกะบะชนท้ายรถของดิฉันอย่างแรง รถเล็กๆ
ของดิฉันก็ถูกอัดเหลือครึ่งหนึ่ง ดิฉันได้เปลี่ยนจากการเป็นคนที่แข็งแรง
มีสุขภาพดี ไม่เคยรู้ว่าอะไรคือการปวดหลังมากลายเป็นคน ที่มีปัญหาปวดศีรษะ
ปวดคอ และปวดหลังอย่างรุนแรง ในเทอมนั้นดิฉันต้องหยุดเรียนเพราะนั่งฟังอาจารย์เล็กเชอร์นานไม่ได้
เพราะปวดหลังมาก หมอได้เอ็กซเรย์ทั่วทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นจำนวนมากกว่า
20ใบ แต่ก็ไม่สามารถค้นพบสาเหตุที่ทำให้ ปวดกระดูกสันหลังได้ หมอก็เลยสรุปว่าดิฉันไม่มีปัญหา
สุขภาพใดๆ หมอจึงเพียงแต่ให้ยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้ปวดไปกิน หลังจากกินยาเหล่านั้นอาการปวดต่างๆ
ของดิฉันก็ไม่ได้ลดลง มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
ในที่สุดดิฉันตัดสินใจไปหาแพทย์ทางเลือกที่รักษาแบบธรรมชาติโดยไม่ใช้ยา
และได้สัมผัสกับการรักษาของศาสตร์ แพทย์ทางเลือกแขนงหนึ่ง ที่เรียกว่าแพทย์แผนใหม่
(Applied Kinesiology) หรือ แปลว่า...แพทย์ศาสตร์พลังภายในประยุกต์
ที่เรียกกันย่อๆว่า...แพทย์ AK...
เป็นแพทย์ทางเลือกที่เน้นการรักษาแบบโฮลิสติค(Holistic)
คือเป็นการรักษาแบบองค์รวม ซึ่งรวมทั้งสามด้านของสามเหลี่ยม:- ทางด้านโครงร่าง....กระดูกสันหลัง,
กะโหลกศีรษะ, ขากรรไกร, และกระดูก ส่วนอื่นๆ)... ทางด้านปฎิกิริยาทางเคมีของร่างกาย
(การโภชนาการ และระบบการย่อย/การขับถ่าย)....และทางด้านอารมณ์/จิตใจ
แพทย์ A.K. สามารถวิเคราะห์และตรวจปัญหาสุขภาพจากการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของกำลังกล้ามเนื้อ
และวิธีการตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจร่างกาย การสอบประวัติสุขภาพอย่างละเอียด
การวิเคราะห์ลักษณะของการเดิน(gait) และท่ายืน/นั่ง/นอน(posture) การเอ็กซเรย์
การตรวจเลือด และปัสสาวะ ฯลฯ
หลังจากได้รับการรักษาจากแพทย์ A.K. ปัญหาปวดศีรษะ ปวดคอ และปวดหลัง ของดิฉันก็ดีขึ้นเรื่อยๆจนหายเป็นปกติ ดิฉันจึงมีความสนใจ และได้เข้าเรียนแพทย์ทางเลือกโดยเรียน
5ปีเป็นแพทย์ไคโรแพรคติคก่อน ศาสตร์แพทย์ไคโรแพรคติค (Chiropractic) ใช้หลักวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ในการรักษาโดยถือว่า การมีสุขภาพที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับการมีกระดูกสันหลัง
ที่สมดุลย์และสมบูรณ์เพื่อการมีระบบประสาทที่ทำงานสมบูรณ์เต็มที่และปกติ ดังนั้นการจัดกระดูกสันหลังให้สมดุลยจึงเป็นงาน สำคัญของหมอไคโรแพรคติค
แพทย์ทางเลือกศาสตร์ไคโรแพรคติคนี้มีอายุมากกว่า
100ปี และได้กำเนิดขึ้นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาในปี1895
แพทย์ไคโรแพรคติค (Chiropractic) เป็นแพทย์ทางเลือกที่ใหญ่ที่สุดในโลกในสหรัฐอเมริกาที่รักษาโดยไม่ใช้ยา ในขณะเดียวกัน ดิฉันก็ได้เรียนศาสตร์แพทย์ทางเลือก ที่เรียกว่า....แพทย์พลังภายในประยุกต์ (Applied Kinesiology) ควบคู่ไปด้วย
หลังจากเรียนสำเร็จแล้วก็ได้เปิดคลีนิครักษาคนไข้มาเป็นเวลาเกือบ10ปี
ในปัจจุบันนี้เกือบทุกสุดสัปดาห์ดิฉันจะเรียนเพิ่มเติม เพื่อหา ข้อมูล
ความรู้ใหม่ๆในทางแพทย์ทางเลือกอื่นๆ เพื่อช่วยพัฒนาการรักษาให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด
ดิฉันยังได้เรียน แพทย์ทางเลือกอีกแขนงหนึ่งที่ใช้ใน การรักษาทางด้านอารมณ์/จิตใจ
ซึ่งเรียกว่า...Neuro-Emotional Technique หรือที่เรียกย่อๆว่า
...NET เพื่อช่วยลดความเครียดของคนไข้
ดิฉันดีใจที่ได้พบหนทางสู่การมีสุขภาพดีที่แท้จริง
ทั้งสอนคนอื่นๆเดินในหนทางนั้นด้วย
แพทย์จัดกระดูกสันหลัง
หรือ แพทย์ไคโรแพรคติค (Chiropractic)
แพทย์ศาสตร์แผนใหม่
(Applied Kinesiology)
|